วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561



ประวัติ

ประวัติของดักลาส แมคเกรเกอร์
Douglas Murray McGregor (1906 -1964) เขาเกิดปี1906 ในเมืองชายแดนที่คึกคักของดีทรอยต์,
มิชิแกนเมื่อเขาเรียน High School เขาไดเ้ล่นเปียโน และทำงานเป็นเสมียนกลางคืนที่สถาบัน the McGregorไปด้วย สถาบันthe McGregor เป็นสถาบันขอครอบครัวเขา ที่มีพนักงานชั่วคราวกว่า100คน
อายุ17เขาได้เข้าเรียนในระดับปริญญาจิตวิทยาที่วิทยาลัยWayne State University เมืองดีทรอยต์
อายุ 19 เขาตัดสินใจพักการเรียน เพื่อแต่งงาน และเป็นผู้ดูแลสถานีน้ำมันในฟัฟฟาโล
ปี 1930 เขาได้ย้ายสถานีน้ำมันให้มีมากข้ึน
ปี 1932 เขาไดย้ายไปศึกษาต่อที่ Cambridge, Massachusetts
ปี 1935 เขาได้ศึกษาที่ฮาวาร์ดศึกษาต่อ MA และปริญญาเอกทางจิตวิทยา หลังจากเรียนจบแล้วเขาก็ได้อยู่เป็นอาจารยส์อนจิตวทิยาที่ฮาวาร์ดต่ออีก2ปี จากั้นมาสอนที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซทหรือMIT ฐานะอาจารย์สอนวิชาจิตวิทยา เนื่องจากตำแหน่งที่เพิ่มข้ึนทำให้เขาย้ายเข้ามาเป็นศาสตราจารย์สอนทางจิตวิทยาและเป็นผู้บริหารหารระดับสูงในส่วนของแผนกความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมของ MIT และในที่สุดก็ได้กลายเป็นนักจิตวิทยาสังคม
ปี 1947 เมื่อเขาอายุได้41 เขาได้กลายเป็นประธานของวิทยาลัย Antitioch
ปี 1960 ชื่อของเขาเป็นที่รู้จกัจากการเข้าไปเชื่อมโยงกับทฤษฎีY ที่เขาได้กล่าวไว้นในหนังสือเรื่อง
“Managing the Human Side of Enterprise”
ในช่วงฤดูร้อน ปี1964 เขาได้ใช้เวลาเขียนต้นฉบับซึ่งถูกตีพิมพ์หลังจากเขาตายในเดือนตุลาคมชื่อ เรื่อง
“The Professional Manager ” แม้ว่า Douglas McGregor จะหัวใจวายตายอย่างกระทันด้วยอายุแค่58ปีแต่ Douglas McGregor 4
ทฤษฎีไม้แข็ง (X Theory) และทฤษฎีไม้นวม (Y Theory )
ของเขาก็ยงัเป็นที่ความคิดก็ทำให้เขาได้ข้ึนชื่อว่าป็น"ผู้บุกเบิกการบริหารจัดการ" ผู้คิดค้นทฤษฎี X และทฤษฎีY
ทฤษฎี X (Theory X) คือคนประเภทเกียจคร้าน ในการบริหารจึงควรใช้มาตรการบังคับ มีระเบียบ
กฎเกณฑ์คอยกำกับ มีการควบคุมการทำงานอย่างใกลชิด และมีการลงโทษเป็นหลัก
ทฤษฎี Y (Theory Y) คือคนประเภทขยัน ควรมีการกา หนดหน้าที่การงานที่เหมาะสม
ท้าทายความสามารถ สร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเชิงบวก และควรเปิดโอกาสใหม้ีส่วนร่วมในการ
บริหารงาน

1.www.historiadaadministracao.com. 
2. www.runan6.com 
3. http://webhost.tsu.ac.th 
4. หนังสือจิตวิทยาอุตสาหกรรม 
5. หนังสือ “The Human Side of Enterprise” 
6. www.guru.google.co.th 
7. www.pondza7.blog 
8. www.idis.ru.th 
9. www.gotoknow.org 
10. www.novablzz.com

ทฤษฎี X และทฤษฎี Y ของแมคเกรเกอร์             
            แมคเกรเกอร์ (McGregor, 1960) เป็นเป็นศาสตราจารย์วิชาการบริหาร ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเสทส์ สหรัฐอเมริกา เขาทำการศึกษาวิจัยพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ วิชาการบริหาร ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเสทส์ สหรัฐอเมริกา เขาทำการศึกษาวิจัยพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ ชี้ให้เห็นถึงแบบของการบริหาร 2 แบบ คือ ทฤษฎี X ซึ่งมีลักษณะเป็นเผด็จการ และทฤษฎี Y หรือการมีส่วนร่วม แต่ละแบบเกี่ยวข้องกับสมมุติฐานที่มีต่อลักษณะของมนุษย์ดังนี้ 

ผู้บริหารแบบทฤษฎี X เชื่อว่า 

            1. มนุษย์โดยทั่วไปไม่ชองการทำงาน และพยายามหลีกเลี่ยงงานถ้าสามารถทำได้ 
            2. เนื่องจากการไม่ชอบทำงานของมนุษย์ มนุษย์จึงถูกควบคุม บังคับ หรือข่มขู่ให้ทำงาน ชอบให้สั่งการและใช้วิธีการลงโทษ เพื่อให้ใช้ความพยายามได้เพียงพอ และบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ
            3. มนุษย์โดยทั่วไปพอใจกับการชี้แนะสั่งการหรือการถูกบังคับ ต้องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ มีความทะเยอทะยานน้อย และต้องการความมั่นคงมากที่สุด ผู้บริหารตามทฤษฎี X จึงต้องสร้างแรงจูงใจโดยการข่มขู่ และลงโทษ เพื่อทำให้ลูกน้องใช้ความพยายามให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การ 

ผู้บริหารแบบทฤษฎี Y มีความเชื่อว่า 

            1. การทำงานเป็นการตอบสนองความพอใจ 
            2. การข่มขู่ด้วยวิธีการลงโทษไม่ได้เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการจูงใจให้คนทำงาน บุคคลที่ผูกพันกับการบรรลุถึงความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การ จะมีแรงจูงใจด้วยตนเองและควบคุมตนเอง 
            3. ความผูกพันของบุคคลที่มีต่อเป้าหมายขึ้นอยู่กับรางวัล และผลตอบแทนที่พวกเขาคาดหวังว่าจะได้รับเมื่อเป้าหมายบรรลุถึงความสำเร็จ 
            4. ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการทำงาน เป็นการจูงใจให้บุคคลอมรับและแสวงหาความรับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน 
ทฤษฎี Y เน้นถึงการพัฒนาตนเองของมนุษย์ ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์นั้นรู้จักตัวเองได้ถูกต้อง รู้จักความสามารถของตนเอง ผู้บริหารควรสร้างแรงจูงใจโดยการสร้างสรรค์สถานการณ์ที่จะทำให้สมาชิกมีความรู้สึกรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการทำงาน  ในการบริหารนั้น มีการนำทฤษฎีเชิงจิตวิทยามาใช้จำนวนมาก เพราะการบริหารเป็นการทำงานกับ “คน” และทฤษฎีจิตวิทยาก็พูดเรื่อง “คน”  การศึกษาทฤษฎีจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการควบคุมกำกับพฤติกรรมของมนุษย์  การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และภาวะผู้นำ จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริหาร Donglas Mc Gregor ได้ค้นพบแนวคิด “พฤติกรรมองค์การ”  และสรุปว่า กิจกรรมการบริหารจัดการล้วนมีสาเหตุรากฐานมาจากทฤษฎีพฤติกรรมมนุษย์ (human behaviors) ซึ่งเป็นไปตามกรอบทฤษฎี X และทฤษฎี Y คือ
             ทฤษฎี X (Theory X) คือคนประเภทเกียจคร้าน ในการบริหารจึงควรใช้มาตรการบังคับ มีระเบียบกฎเกณฑ์คอยกำกับ มีการควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด และมีการลงโทษเป็นหลัก
             ทฤษฎี Y (Theory Y) คือคนประเภทขยัน ควรมีการกำหนดหน้าที่การงานที่เหมาะสม  ท้าทายความสามารถ สร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเชิงบวก และควรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน
             สรุป Donglas Mc Gregor เห็นว่าคนมี 2 ประเภท และการบริหารคนทั้ง 2 ประเภท ต้องใช้วิธีการบริหารแตกต่างกัน


บรรณานุกรมเพิ่มเติ่ม

McGregor, Douglas M. (1960). The Human Side of Enterprise. New York: McGraw-Hill Book Company.
ข้อสมมุติเกี่ยวกับทฤษฎี X และทฤษฎี Y ของแมคเกรเกอร์


William G. Ouchi



                  วิลเลี่ยม โออุชิ เป็นศาสตราจารย์ใน University of California at Los Angeles (UCLA)
ทฤษฎี Z เป็นทฤษฎีทางการบริหารธุรกิจที่เกิดขึ้นจากผลกระทบระหว่างระบบการบริหารธุรกิจแบบญี่ปุ่นและ
อมริกา
ทฤษฎีของ Z ของ Ouchi (Ouchi’s Theory Z) เป็นทฤษฎีอธิบายโครงสร้างตามการจัดการผสมผสานระหว่างการบริหารแบบสหรัฐอเมริกาหรือ Theory A กับการบริหารแบบญี่ปุ่น หรือ Theory Jคือ
§  ทฤษฎี A เป็นแนวความคิดการจัดการของสหรัฐอเมริกาซึ่งองค์การเน้นการจ้างงานระยะสั้น พนักงานมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อองค์การน้อย
§  ทฤษฎี J เป็นแนวความคิดการจัดการของญี่ปุ่นซึ่งองค์การเป็นการจ้างงานตลอดชีพ พนักงานมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อองค์การสูง
§  ทฤษฎี Z เป็นแนวความคิดการจัดการประสมประสาน ระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาโดยเน้นการจ้างงานระยะยาวมีการตัดสินใจและความรับผิดชอบร่วมกัน


      ลักษณะ
                     ระบบอเมริกา
                         ระบบญี่ปุ่น
1. ระยะเวลา
    จ้าง



2. ลักษณะ
    อาชีพ

3. การเลื่อน
    ตำแหน่ง
4. ประเมิน
  ประสิทธิภาพ

5. การตัด
    สินใจ
6. ความรับ
    ผิดชอบ
7. ความ
    สัมพันธ์
- มีการย้ายงานบ่อย สัญญาจ้าง
  หมดก็เลิกจ้าง พนักงานต้อง
   ไปหางานใหม่ ถือว่ามีประสบ
    การณ์สูง

- ส่งเสริมให้มีความรู้เฉพาะด้าน


 -  มีการประเมินผลและเลื่อน
    แหน่งในเวลาอันสั้น
- ให้รางวัลตามผลงานของแต่ละ  
   บุคคลที่ทำได้

-  การตัดสินใจจะทำเฉพาะกลุ่ม
   ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น
- คนรับผิดชอบเฉพาะหน้าที่
   ของตนเท่านั้น
- นายจ้างลูกจ้างมีโอกาสใน
  ความสัมพันธ์ต่อเมื่อทำงาน
  ร่วมกันเท่านั้น
- มีการจ้างตลอดชีวิตจะออกจากงานเมื่อ
  มีความผิดทางอาญา และออกจากงาน
  แล้วจะหางานยาก
- ครบเกษียณจะได้บำเหน็จจำนวนมาก

- ไม่ส่งเสริมให้มีความรู้พิเศษแต่จะต้อง
   เรียนรู้ในทุกด้านของกิจการ
- ใช้เวลาในการประเมินผลเพื่อ
   เลื่อนตำแหน่งประมาณ 10 ปี
- จะประเมินทั้งบริษัทไม่ประเมินเป็น
   รายบุคคล การให้รางวัลยึดส่วนรวม
   เป็นหลัก
- การตัดสินใจทุกคนมีส่วนร่วม
  โดยพิจารณาจากความเห็นส่วนใหญ่
- ร่วมรับผิดชอบกันทั้งหน่วยงาน
   หรือทั้งบริษัท
- นายจ้างและครอบครัวลูกจ้าง
  มีความสัมพันธ์ดีเสมือนหนึ่ง
  ครอบครัวเดียวกัน


คุณลักษณะที่สำคัญของทฤษฎี   Z  คือ
1. ระยะเวลาจ้างงานเป็นไปตลอดชีวิต
2. ลักษณะงานอาชีพต้องให้เรียนรู้หลาย ๆ ด้าน
3. การเลื่อนตำแหน่งไม่จำเป็นรอระยะเวลา 10 ปี
4. การประเมินประสิทธิภาพของการทำงานเป็นการทำงานเป็นทีม
5. การตัดสินใจ มีการกระจายอำนาจและรวมอำนาจตามสถานการณ์
6. มนุษย์สัมพันธ์ในองค์การมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน มีอิสระในความคิดของตนเอง
7. การบริหาร ใช้ระบบ M.B.O. แบบมีส่วนร่วม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น